ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน THAI HONDA PDF พิมพ์ อีเมล

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ของ
บริษัทไทยฮอนด้าแมนูแฟคเจอริ่งจำกัด


สถานที่ตั้งโรงงานลาดกระบัง
 เลขที่  410 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง  ถนนฉลองกรุง  แขวงลำปลาทิว  เขตลาดกระบัง  กรุงเทพมหานคร  10520

หมวดที่ 1

หมวดที่ 1 นโยบายทั่วไป
           เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจในแนวนโยบายทั่วไป บริษัทฯจึงขอประกาศให้ทุกคนทราบว่า พนักงานทุกคนหน้าที่ที่จะต้องประพฤติปฎิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย  ข้อบังคับ หรือประกาศต่าง ๆ ของบริษัท ฯโดยเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ตลอดจนยอมรับและเชื่อฟังคำสั่ง คำแนะนำตักเตือนของผู้บังคับบัญชา ต้องปฎิบัติด้วยความเต็มใจและตั้งใจด้วยความขยันขันแข็ง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวกัน เพื่อให้ผลงานส่วนรวมมุ่งไปสู่ความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
           อนึ่ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีเงื่อนไขและรายละเอียด ดังนี้
          1.  ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  21  มิถุนายน  2543 เป็นต้นไป
          2. ระเบียบข้อบังคับ หรือประกาศ คำสั่งฉบับใดที่มีข้อความขัดหรือแย้งกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับนี้ให้ใช้ข้อบังคับฯ ฉบับนี้แทน
          3. ในกรณีมีข้อสงสัย หรือกรณีที่มิได้ระบุรายละเอียดไว้ในข้อบังคับฯฉบับนี้ ให้ถือเอาพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 หรือกฎหมายอื่นๆของรัฐ เป็นแนวทางในการปฎิบัติ
          4. บริษัทฯสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมหรือยกเว้นข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม หรือกรณีที่มีประกาศใช้กฎหมายใหม่ เพื่อให้บริษัทฯสามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
          5. บริษัทฯ หมายถึงบริษัทไทยฮอนด้าแมนูแฟคเจอริ่งจำกัด และให้รวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ทำการแทนบริษัทฯ หรือผู้ได้รับมอบหมายให้ทำงานในนามบริษัท
          6. ผู้บังคับบัญชา หมายถึง พนักงานที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้างานของบริษัทฯ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสั่งการ มอบหมายงานกำกับ หรือควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ รวมตลอดถึงการมีอำนาจสั่งลงโทษตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯได้
          7. พนักงาน หมายถึง บุคคลที่ตกลงทำงานกับบริษัท เพื่อรับค่าตอบแทนภายหลังที่ได้ผ่านพ้นระยะการทดลองงานโดยแสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน มีผลงาน ความประพฤติทัศนคติต่องาน และต่อบริษัทฯ รวมทั้งมีสุขภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้และบริษัทฯ รวมทั้งมีสุขภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้และบริษัทฯ ตกลงจ้างเป็นการถาวร
          8. พนักงานทดลองงาน หมายถึงบุคคลที่บริษัทฯ แจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองงานและอยู่ในช่วงของการทดลองงานนั้น ๆ ตามแต่ลักษณะและสภาพของงานโดยบริษัทฯมีสิทธิจะบอกเลิกจ้าง หรือให้ยืดการทดลองออกไปตามความเหมาะสม เมื่อไรก็ได้ในช่วงการทดลองงาน ทั้งนี้ระยะเวลารวมไม่เกิน 180 วัน หากปรากฎว่าผลงานความประพฤติ ทัศนคติ หรือสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่งยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้พนักงานทดลองงานจะได้รับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานทุกประการ
          9. พนักงานรายเดือน หมายถึงพนักงานที่บริษัทฯตกลงจ้างโดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน
         10. พนักงานรายวัน หมายถึงพนักงานที่บริษัทฯตกลงจ้าง โดยจ่ายค่าจ้างให้เฉพาะวันที่มาทำงาน วันหยุดตามประเพณี ตามที่บริษัทฯกำหนดและวันหยุด วันลาตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
         11. พนักงานตามสัญญา หมายถึง พนักงานที่บริษัทฯตกลงจ้างเข้ามาทำงาน โดยทำสัญญาเป็นหนังสือเพื่อให้เข้ามาทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นงานตามโครงการหรือเป็นงานทั่วๆไป โดยมีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการจ้าง โดยให้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
         12. บริษัทฯ มีสิทธิที่จะโยกย้ายตำแหน่ง หน้าที่และสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานทำงานที่บริษัทในเครือ ที่สำนักงานสาขาหรือสำนักงานสาขาย่อย หรือตามสถานที่ต่างๆที่บริษัทฯกำหนด ตลอดจนงานกะต่างๆตามความเหมาะสมได้ โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย
         13. ในกรณีที่บริษัทฯมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวโดยเหตุหนึ่งเหตุใด ที่มิใช่เหตุสุดวิสัยบริษัทฯ จะจ่ายเงินให้แก่พนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่พนักงานได้รับก่อนบริษัทฯหยุดกิจการ ตลอดระยะเวลาที่บริษัทไม่ได้ให้พนักงานทำงานและบริษัทฯ จะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มหยุดกิจการ

หมวดที่ 2-3

หมวดที่ 2  วันทำงาน เวลาทำงานปกติและเวลาพัก   
         14.  บริษัทฯมีวันทำงานสัปดาห์ละ 6วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์โดยสำหรับวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดนั้นจะแจ้งให้ทราบในปฎิทินของแต่ละปี
         15. เวลาทำงานปกติเวลา 08.00-17.00 น. สำหรับกะจะมีชั่วโมงทำงานเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
                  กะปกติ 08.00 – 17.00 น.  กะบ่าย 16.55 – 01.30 น.
                  กะเช้า 08.00 – 17.00 น.  กะดึก 00.30 – 08.10 น.
         16.  บริษัทฯจัดให้มีเวลาพัก 1 ชั่วโมง หลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง ทั้งนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาพักตามความเหมาะสม ซึ่งจะได้แจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า สำหรับงานกะ ให้มีการผลัดเปลี่ยนเวลากันไปพัก ไม่ว่างานสำนักงานหรืองานกะก็ตาม โดยจะให้พักไม่น้อยกว่าครั้งละ 10นาที และเมื่อรวมกันแล้วจะให้พนักงานมีเวลาพักวันละไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ไม่วาจะเป็นการทำงานปกติหรือทำงานในกะใด ๆก็ตาม
         17. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานติดต่อกันไป หรือเป็นงานฉุกเฉินที่ไม่อาจหยุดทำได้เป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้เวลาพักตามกำหนดในข้อ 16 ได้ บริษัทฯจะเปลี่ยนแปลงเวลาพักตามความเหมาะสมเป็นคราวๆไป โดยจะมีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากการทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง

หมวดที่ 3 วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด 
         18.  วันหยุด หมายถึง วันที่บริษัทฯกำหนดให้พนักงานหยุดทำงาน เช่นวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี
         19. วันหยุดประจำสัปดาห์ปกติ ได้แก่ วันอาทิตย์สำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นกะ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนวันหยุดกันหลังจากทำงานติดต่อกันแล้ว 6 วัน บริษัทจะหยุดให้ 1 วัน และให้รวมถึงวันเสาร์ที่ได้กำหนดไว้ในปฎิทินประจำปี
         20. วันหยุดตามประเพณี บริษัทฯกำหนดให้มีวันหยุดตามประเพณีปีละ 14 วันทำงาน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย และพนักงานจะได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ นอกจากนี้ยังรวมวันหยุดพิเศษอีกปีละ 3 วันคือวันเกิดบริษัทฯ วันตรุษจีน และวันที่กำหนดโดยข้อตกลง ระหว่างบริษัทฯกับสหภาพแรงงาน
         21. วันใดเป็นวันหยุดตามประเพณี บริษัทฯ จะประกาศให้ทราบก่อนวันที่ 1 มกราคม ของแต่ละปี
         22. สำหรับวันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้เลื่อนวันหยุดตามประเพณีนั้นไปหยุดในวันทำงานถัดไป
         23. บริษัทฯกำหนดให้พนักงานซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี ขึ้นไปมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ดังนี้

อายุงานครบ(ปี) มีสิทธิหยุดพักผ่อน(วันทำงาน)
1 7
2 8
3 9
4 10
5 11
6 12
7 13
8-12 14
12-15 15
15-16 16
มากกว่า 16ปีขึ้นไป 17

     โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงาน และบริษัทฯจะเป็นผู้กำหนดวันหยุดล่วงหน้าให้
          24.  ในกรณีที่พนักงานเป็นผู้เสนอขอลาหยุดพักผ่อนประจำปี พนักงานต้องยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันและเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงจะหยุดงานตามที่ขอลาได้ ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจให้การอนุมัติ อาจอนุมัติหรือไม่ก็ได้ ให้ลด หรือเพิ่ม หรือให้เลื่อน ให้เปลี่ยนแปลงวันขอลาหยุดพักผ่อนใหม่ตามความจำเป็น หรือตามความเหมาะสมได้
          25. บริษัทฯ อนุญาตใหมีการสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยจะสมทบได้ไม่เกิน 20 วัน ส่วนที่เกินจาก 20 วัน บริษัทฯจะตัดจ่ายเป็นเงินให้ในตอนสิ้นปี
          26. บริษัทฯมีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเรียกตัวให้กลับเข้าทำงานได้ ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าวันหยุดนั้น ๆจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจหรือการให้บริการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯจะให้พนักงานหยุดงานในวันอื่นเป็นการชดเชย

หมวดที่ 4-6

หมวดที่ 4 หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด 
          27.  ในกรณีจำเป็นอันเกิดจากงานที่มีลักษณะที่ต้องทำติดต่อกัน ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉินโดยจะหยุดเสียมิได้ หรือเพื่อประโยชน์แก่การผลิต การจำหน่ายและการบริการของบริษัทฯ บริษัทฯอาจให้ลูกจ้างมาทำงานเกินเวลาปกติ หรือทำงานในวันหยุดเท่าที่จำเป็น
          28. ในกรณีที่พนักงานได้มาทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดโดยมิได้รับคำสั่งหรือมิได้รับการอนุมัติจากบริษัทฯ ให้ถูกต้องก่อน บริษัทฯจะไม่จ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุดให้
          29. การคิดค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด บริษัทฯจะคิดตามเวลาที่บันทึกในระบบบันทึกเวลา หรือที่ประทับในบัตรเข้าทำงาน แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินกว่าเวลาที่ได้รับคำสั่งหรือที่ได้รับการอนุมัติไว้ด้วย
          30. บริษัทฯถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคน ที่จะต้องให้ความร่วมมือต่อบริษัทฯ ในการทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน
          31. พนักงานที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาได้แก่พนักงานดังต่อไปนี้
                31.1 พนักงานที่ทำงานในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป ที่มีอำนาจในการจ้าง การเลิกจ้าง การให้บำเหน็จ
                31.2 พนักงานที่ทำงานขนส่ง
                31.3 พนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ โดยสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานอันแน่นอนได้
                31.4 งานอื่นๆตามที่บริษัทฯ จะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจะได้กำหนดในภายหน้า
         32.  ถ้าบริษัทฯ สั่งหรืออนุญาตให้พนักงานทำงานเกินเวลาปกติในวันทำงาน พนักงานจะได้รับค่าล่วงเวลา 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในการทำงานปกติ สำหรับเวลาที่ทำเกิน
         33. ถ้าบริษัทฯสั่งหรืออนุญาตให้พนักงานซึ่งมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด มาทำงานในวันหยุดพนักงานจะได้ค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติตามชั่วโมงทำงานในวันหยุด แต่ถ้าพนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด หากถูกสั่งหรือได้รับอนุญาตให้มาทำงานในวันหยุด พนักงานจะได้ค่าทำงานในวันหยุด 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงาน ตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
         34. ถ้าบริษัทสั่งหรืออนุญาตให้พนักงานทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันหยุด พนักงานจะได้รับค่าล่วงเวลา 3เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในการทำงานปกติสำหรับเวลาที่ทำเกิน

หมวดที่ 5 วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
         35.  บริษัทฯจะจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ณสถานที่ทำงานของพนักงาน หรือจ่ายเข้าบัญชีเงินฝากของพนักงาน ในธนาคารที่บริษัทฯกำหนด โดยกำหนดจ่ายให้พนักงานทุกวันที่ 25 ของเดือน ถ้าวันจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตรงกับวันหยุด บริษัทฯจะเลือนมาจ่ายก่อนวันหยุด 1 วัน สำหรับเงินได้ต่างๆ พนักงานจะต้องเสียภาษีตามกฎหมายโดยบริษัทฯจะหักภาษี ณที่จ่าย ส่งสรรพากรทุกครั้งที่จ่ายให้แก่พนักงาน

หมวดที่ 6 วันลาและหลักเกณฑ์การลา
         36.  การลาป่วย ให้พนักงานที่เจ็บป่วยจริงจนมาทำงานมิได้ หรืออยู่ทำงานต่อไปมิได้ มีสิทธิขอลาป่วยตามความเป็นจริง แต่ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ
         37. พนักงานที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถมาทำงานได้ จะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาได้ทราบภายในวันแรกและหรือทันทีที่สามารถแจ้งได้ และต้องยื่นใบลาป่วยภายในวันแรกที่กลับเข้าทำงานพร้อมหลักฐานการเจ็บป่วย
         38. พนักงานที่ลาป่วยติดต่อกัน 3 วันทำงานขึ้นไป หรือของสถานพยาบาลของทางราชการแนบมาพร้อมใบลาป่วยด้วยทุกครั้ง ถ้าพนักงานไม่อาจหาแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของทางราชการได้ให้พนักงานชี้แจงแถลงเหตุผลความเป็นจริงให้บริษัทฯได้ทราบและพิจารณา
         39. พนักงานที่ป่วยโดยปราศจากหลักฐานหรือผลที่น่าเชื่อถือ บริษัทฯอาจไม่อนุญาตให้ลาป่วย โดยถือเป็นการขาดงานและงดจ่ายค่าจ้างให้ในวันที่ขอลาหยุดดังกล่าว
         40. การลาคลอด พนักงานหญิงที่มีครรภ์มีสิทธิลาคลอดได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน (โดยรวมวันหยุดด้วย) และมีสิทธิได้รับค่าจ้างเท่ากับจำนวนวันที่ลาตามอัตราที่ได้รับอยู่แต่ไม่เกิน 51 วัน โดยนับติดต่อกัน
         41. ถ้าพนักงานหญิงนั้น ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากคลอด โดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยันให้หยุดพักต่อ ให้มีสิทธิหยุดพักได้ตามใบรับรองแพทย์ โดยได้รับค่าจ้างรวมตั้งแต่ต้นแล้วไม่เกิน 60 วัน โดยนับต่อเนื่องกัน และเมื่อพนักงานมาทำงานแล้ว จะต้องส่งใบรับรองแพทย์และสูติบัตรของบุตรที่เกิดเป็นหลักฐานต่อบริษัทฯ ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้กลับมาทำงาน
         42. ถ้าพนักงานหญิงมีครรภ์มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เป็นการชั่วคราว ก่อนหรือหลังคลอดได้โดยบริษัทฯ จะพิจารณาเปลี่ยนงานให้พนักงานตามที่เห็นควร
         43. การลาคลอด พนักงานหญิงต้องมีระยะเวลาในการตั้งครรภ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ไม่ว่าคลอดออกมาแล้วจะมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นการลาคลอด ซึ่งจะต้องแนบใบรับรองแพทย์ตามหลักเกณฑ์เหมือนการลาป่วยตามข้อ 38 และการแท้งบุตร ซึ่งพนักงานหญิงมีระยะเวลาในการตั้งครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ไม่ถือเป็นการลาคลอดให้ถือเป็นการป่วย ซึ่งจะต้องแนบใบรับรองแพทย์ตามหลักเกณฑ์เหมือนการลาป่วยตามข้อ 38 โดยให้ถือตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม
         44. การลากิจ หากพนักงานมีกิจธุระจำเป็นจริง ให้ยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1วัน โดยผู้บังคับบัญชาอาจอนุมัติหรือไม่ก็ได้ โดยให้ลากิจในเรื่องต่างๆ โดยได้รับค่าจ้างดังนี้
              44.1 ลาไปต่อและรับบัตรประชาชนไม่เกินครั้งละ 1 วันรวมแล้วไม่เกิน 2 วัน(เฉพาะกรณีบัตรหมดอายุปกติ)
              44.2 ลาไปทำและรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 1 วัน รวมแล้วไม่เกิน 2 วัน
              44.3 ลาไปทำและรับใบขับขี่รถยนต์ ครั้งละ 1 วันรวมแล้วไม่เกิน 2 วัน
              44.4 ลาไปต่อ (กรณีบัตรหมดอายุ)และรับใบขับขีรถจักรยายนต์หรือรถยนต์ไม่เกิน 1 วัน
              44.5 ลาไปสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายได้ 6 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้พนักงานจะลาได้ครั้งเดียวตลอดระยะเวลาทำงานกับบริษัทฯ และต้องยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน รวมทั้งต้องนำหลักฐานใบทะเบียนสมรสมาแสดงต่อบริษัทฯ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่กลับเข้ามาทำงาน
              44.6 ลาเพื่อดูแลบุตร ในกรณีที่ภริยาของพนักงานคลอดบุตร ให้สามีซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทฯ ลากิจดังกล่าวได้ 5 วัน โดยต้องนำหลักฐานในสูติบัตรของบุตรต่อบริษัทภายใน 15 วัน นับจากวันที่กลับเข้ามาทำงาน
              44.7 กรณีบิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรธิดาของพนักงานเสียชีวิต พนักงานมีสิทธิลาได้ 6 วัน
                     44.7.1 ถ้าในกรณีปู่ย่า ตา ยาย พี่น้องที่สืบสายโลหิตโดยตรงของพนักงานเสียชีวิต พนักงานมีสิทธิลาได้ 3 วัน และถ้าในกรณีของบิดามารดา ของคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายเสียชีวิต มีสิทธิลาได้ 3 วัน
                     44.7.2 ทั้งนี้พนักงานจะต้องแสดงหลักฐานใบมรณะบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดามาพร้อมกันด้วย โดยนำมาแสดงต่อบริษัทฯ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้กลับเข้ามาทำงาน
อนึ่งการลากิจตาม ข้อ 44.6 , 44.7 นั้น ให้พนักงานรีบแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที หรือแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนวันลา และให้นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อบริษัทฯภายในเวลาที่กำหนด
          45.  การลารับราชการทหาร ให้พนักงานมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารโดยให้พนักงานได้รับค่าจ้างเท่าเวลาที่ลาและมีระยะเวลาปีละไม่เกิน 60 วัน ในการลารับราชการทหารดังกล่าวนี้ พนักงานต้องยื่นใบลาหยุดงานทันทีที่ได้รับหมายเรียก พร้อมแนบสำเนาหมายเรียกเพื่อขออนุญาตลา หากพนักงานไม่ยื่นใบลาให้ถูกต้องตามระเบียบข้อนี้จะถือว่าเป็นการขาดงาน รวมทั้งต้องนำหลักฐานที่เกี่ยวข้องแสดงต่อบริษัทฯภายใน 7 วัน นับแต่วันที่สิ้นสุดการระดมพลเพื่อตรวจสอบ หรือฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อม
          46. การลาสำหรับผู้ที่ถูกเกณฑ์ทหารจะต้องลาออกจาการเป็นพนักงาน และเมื่อครบระยะเวลาแล้วหากพนักงานต้องการทำงานกับบริษัทฯอีก ให้ติดต่อกับบริษัทฯ ภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่ปลด บริษัทฯจะพิจารณารับเข้าทำงาน โดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างครั้งสุดท้ายที่ลาออกในตำแหน่งที่เหมาะสมที่มีตำแหน่งว่างให้รอไปก่อน
          47. การลาอุปสมบท พนักงานชายที่ทำงานติดต่อกันครบ 2ปี นับแต่วันเริ่มต้นเข้าทำงาน หากมีความประสงค์ที่จะลาอุปสมบทให้ยื่นความจำนงล่วงหน้า 15 วันเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพื่อพิจารณาขั้นต้น และเสนอเรื่องขึ้นไปยังฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯอาจอนุมัติให้ลา หรือไม่ก็ได้ โดยพนักงานมีสิทธิขอลาได้เพียงครั้งเดียวตลอดเวลาที่ทำงานกับบริษัทฯ ดังนี้
               47.1 การลาอุปสมบท ถ้าอนุญาตให้ลาได้ บริษัทจะอนุมัติให้ลาได้ไม่เกิน 30 วัน โดยจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติและเมื่อพนักงานลาสิกขาบทแล้วจะต้องนำหลักฐานการลาอุปสมบทมาแสดงต่อบริษัทฯ ภายใน 7 วัน หลังจากลาสิกขาบทและได้กลับมาทำงาน
               47.2 การลาอุปสมบท 1 พรรา(90วัน) หมายถึงการลาบวชในช่วงวันเข้าพรรษาถึงวันออกพรรษาในปีเดียวกันเท่านั้น ถ้าอนุญาตให้ลาได้บริษัทฯจะอนุมัติให้ลาได้ไม่เกิน 90 วันและไม่เกิน 1%ของพนักงานในแต่ละฝ่าย โดยจ่ายค่าจ้างตามปกติไม่เกิน 1 เดือน และเมื่อพนักงานลาสิกขาบทแล้วจะต้องนำหลักฐานการลาอุปสมบทมาแสดงต่อบริษัทภายใน 7 วันหลังจากการลาสิกขาบท หากพนักงานที่อุปสมบทแล้ว บวชได้ไม่ครบพรรษาต้องสึกก่อนเวลานั้น เมื่อสึกแล้วต้องกลับเข้าทำงานในบริษัทตามปกติภายใน 3 วัน(ไม่นับรวมวันหยุดของบริษัทฯ)มิฉะนั้นจะถือเป็นการขาดงาน
การคำนวณโบนัสปีที่ลาบวช 1พรรษา ให้คำนวณดังนี้
โบนัสในปีที่ลาบวช = โบนัสปกติทั้งปี *(10/12)
            48.  การลาเนื่องจากการทำหมัน พนักงานสามารถลาทำหมันได้ โดยยื่นใบลาล่วงหน้าอย่างน้อย 1วันและลาได้ตามระยะเวลาที่แพทย์ปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด และต้องยื่นแสดงใบรับรองแพทย์ ต่อผู้บังคับบัญชาภายใน3วันหลังจากกลับเข้าทำงาน ในกรณีที่พบว่าแผลที่เกิดจากการทำหมันไม่หายและไม่สามารถหยุดเท่าที่ระบุไว้ในใบรับรองแพทย์ของการทำหมัน พนักงานต้องใช้วันลาได้เพียงครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำหมันไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้
           49. การลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถดังนี้
                 49.1 เพื่อประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการสังคมหรือการเพิ่มทักษะความชำนาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน
                 49.2 การสอบวัดผลทางการศึกษาที่ทางราชการจัดหรืออนุญาตให้จัดขึ้นให้พนักงานชี้แจงถึงสาเหตุที่ลาโดยชัดแจ้ง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน บริษัทฯจะพิจารณาการลาตามความเหมาะสม ซึ่งบริษัทอาจจะไม่อนุญาตให้ลาก็ได้ หากพนักงานเคยได้รับอนุญาตให้ลามาแล้วไม่น้อยกว่า 30 วันหรือ 3 ครั้งหรือการลานั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท
                 49.3 ในวันที่พนักงานลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถนั้น พนักงานจะไม่ได้รับค่าจ้าง
           50.  การหยุดงานโดยมิได้รับอนุญาต หรือการหยุดงานที่ไม่ถูกระเบียบ หากไม่มีเหตุผลอันสมควรจะถือว่าเป็นการขาดงาน และการละทิ้งหน้าที่การงาน พนักงานจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่ขาดงาน และอาจได้รับโทษทางวินัย ตลอดจนมีผลต่อการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีหรือเงินรางวัลหรือเงินตอบแทนอื่นๆ ของบริษัทฯด้วย
           51. การลาออก จะต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้าต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง ไม่น้อยกว่า30 วัน หากฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวจะถือเป็นการละทิ้งหน้าที่การงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรวันลาออกที่ระบุไว้ในใบลาออก ต้องเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน และเป็นวันทำงานปกติของทางบริษัทฯ

หมวดที่ 7

หมวดที่ 7 วินัยและโทษทางวินัย
           52.  บริษัทฯ ปรารถนาที่จะให้พนักงานทุกคน ประพฤติปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับบัญชา ไม่ประพฤติตนในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียมาสู่บริษัทฯและตนเอง
           53. หากพนักงานผู้ใดฝ่าฝืน หรือหลีกเลี่ยงที่จะปฎิบัติตามระเบียบวินัย หรือฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฎิบัติ พนักงานผู้นั้นจะต้องได้รับโทษทางวินัย ซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานพึงปฏิบัติและมีข้อห้ามมิให้ประพฤติปฎิบัติตามข้อ 54-88
           54. พนักงานต้องปฎิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
           55. ต้องรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ และความลับของบริษัทฯและลูกค้าต้องสนใจติดตามผลงานที่ทำ ต้องรายงานเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงของบริษัทฯโดยเร็ว
           56. หากพนักงานหรือสมาชิกในครอบครัวของพนักงานเป็นโรคติดต่อ พนักงานมีหน้าที่ต้องรายงานให้บริษัทฯทราบโดยทันที
           57. ต้องช่วยกันสร้างชื่อเสียง และเกียรติคุณอันดีงามมาสู่กิจการของบริษัทฯ
           58. ต้องปฎิบัติต่อลูกค้าและผู้มาติดต่อด้วยกิริยามารยาทและอัธยาศัยอันดีงาม
           59. ต้องอุทิศตนให้แก่งานของบริษัทฯ ต้องตั้งใจและเอาใจใส่การทำงานตลอดเวลา และเต็มกำลังความสามารถไม่เฉื่อยงาน ไม่หยอกล้อ หรือส่งเสียงหรือกระทำการใดๆเป็นการรบกวนบุคคลอื่นในระหว่างเวลาทำงาน ไม่นอนหรือไม่หลับในระหว่างเวลาทำการของบริษัท
           60. ต้องปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สังงานโดยชอบอย่างเคร่งครัด และพึงมีสัมมาคารวะต่อผู้มีตำแหน่งสูงกว่า
           61. ต้องสนับสนุนและปฎิบัติตามระเบียบ ข้อตกลง ประกาศ ข้อบังคับ หรือหนังสือเวียนของบริษัทฯ โดยเคร่งครัด พนักงานจะอ้างว่าไม่ทราบมิได้
           62. ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีในระหว่างพนักงานทั้งในและนอกเวลาทำงานไม่ทะเลาะวิวาท ด่าทอข่มขู่หรือใช้กำลังทำร้ายร่างกาย
          63. ต้องมาปฎิบัติงานให้ตรงตามเวลาที่ผู้บังคับบัญชาหรือบริษัทฯกำหนด และต้องสวมใส่ชุดเครื่องแบบตามที่บริษัทฯกำหนดให้เรียบร้อยก่อนเริ่มปฎิบัติงาน และตลอดเวลาทำงาน สำหรับชุดเครื่องแบบนั้นห้ามแก้ไข เพิ่มเติมหรือกระทำใดๆให้ผิดไปจากแบบที่กำหนด
          64. ต้องปฎิบัติหน้าที่ด้วยความขยันขันแข็ง ไม่ว่าจะเป็นงานในหน้าที่ของตนหรืองานอื่นที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
          65. ต้องปฎิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด ห้ามพนักงานซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในแผนกหรือหน่วยงานอื่น หรือในบริเวณซึ่งไม่ใช่สถานที่ทำงานปกติของตน เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
          66. ต้องปฎิบัติงานด้วยความรอบคอบ และรอบรู้ทั้งในงานและหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนต้องใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมเสมอ
         67. ต้องดูแล บำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์การทำงานให้อยู่ในสภาพดีเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
         68. ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ที่บริษัทฯกำหนด ตรวจค้นตัว ทรัพย์สิน และยานพาหนะทุกครั้งที่ผ่านเข้าออกในบริเวณที่ทำงานของบริษัทฯ และต้องแสดงบัตรประจำตัวที่บริษัทฯออกให้ทุกครั้งที่ผ่าน เข้าออกในบริเวณบริษัทฯหรือในเขตที่กำหนด
         69. ต้องช่วยกันระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินของบริษัทฯทั้งในบริเวณที่ทำการและนอกบริเวณทำการที่บริษัทฯจัดให้ โดยมิให้เสียหาย หรือสูญหายไม่ว่าจากบุคคลหรือจากภัยพิบัติใดๆ เท่าที่สามารถกระทำได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่นำสิ่งของใดๆไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัทฯหรื่อผู้ที่บริษัทฯมอบหมาย และต้องไม่ลักทรัพย์สินของบริษัทฯของพนักงานหรือผู้มาติดต่อหรือกระทำตัวเป็นขโมย
          70. ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องทิ้งขยะหรือพัสดุเหลือใช้ในสถานที่ที่บริษัทฯจัดเตรียมไว้ให้
          71. ต้องช่วยเหลือปฎิบัติงานพิเศษของบริษัทฯตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ
         72. ต้องให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนร่วมงาน ในกิจที่มุ่งต่อประโยชน์ของบริษัทฯในทุกเวลาและทุกโอกาสที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้
         73. ต้องไม่มาทำงานสาย ไม่ขาดงานไม่ละทิ้งงานในหน้าที่และห้ามมิให้พนักงานออกไปนอกจุดที่มอบหมายให้ปฎิบัติงานเว้นแต่เพื่อธุรกิจของบริษัทฯและได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาแล้ว
         74. ต้องไม่ทำงานด้วยความประมาทเลินเล่อ ไม่กระทำประการใดๆอันไม่สมแก่การปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานที่ดีให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต
         75. ต้องไม่ทำงานให้นายจ้างอื่น หรือต้องไม่ทำกิจอื่นใดที่มิใช่กิจของบริษัทฯ ในชั่วโมงทำงานหรือภายในสถานที่ทำการของบริษัทฯ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น และต้องไม่ทำงานใดๆที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของบริษัทฯ
         76. ต้องไม่แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพหรือกระทำการใดๆให้ผู้อื่นได้รับความอับอายขายหน้า หรือยุยงส่งเสริมหรือแพร่ข่าวอกุศลให้ร้ายผู้อื่นไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นลูกค้า ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มาติดต่อหรือพนักงานด้วยกันเอง
         77. ต้องไม่แจ้งหรือให้ข้อความอันเป็นเท็จแก่ผู้บังคับบัญชา หรือบริษัทฯและไม่ใช้สิทธิการลาผิดประเภทหรือใช้สิทธิการลาโดยไม่สุจริต
         78. ต้องไม่ปกปิดหรือบิดเบือนความจริง เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ตนหรือผู้อื่น เช่นไม่รูดบัตรแทนกันหรือไม่เซ็นชื่อลงเวลาทำงานแทนกัน และห้ามขูดลบ ขีดฆ่า เพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความใดๆ ลงในบัตรหรือในเอกสารใดๆของบริษัทฯเว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากบริษัท
         79. ต้องไม่เล่นการพนัน หรือสนับสนุนการเล่นการพนัน หรือถูกจับกุมจากการเล่นการพนัน
         80. ต้องไม่เสพสุราหรือสิ่งมึนเมาภายในบริษัทฯและต้องไม่นำสุราหรือสิ่งมึนเมาเข้ามาภายในบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ และต้องไม่มีอาการมึนเมาขณะทำงาน
         81. ต้องไม่นำบุคคลภายนอกเข้ามาในที่ทำการของบริษัทฯ โดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ
         82. ต้องไม่นำยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรืออาวุธที่มีอันตรายเข้ามาในที่ทำการหรือมียาเสพติดหรื่ออาวุธที่มีอันตรายไว้ในครอบครองหรือไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้บริษัทฯได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงหรืออาจได้รับความเสียหาย
         83. ต้องไม่เปิดเผยค่าจ้าง หรือเงินเดือนของตนเองหรือของผู้อื่นให้พนักงานผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบ
         84. ต้องไม่ขีดเขียน วาด ติดรูปภาพหรือแจกจ่ายเอกสารสิ่งตีพิมพ์ ปิดประกาศ เอกสารหรือบทความใด ๆภายในบริเวณบริษัทฯ หรือเพิ่อให้นำเข้ามาในบริษัทฯ โดยมิได้รับอนุญาต
         85. ต้องไม่สูบบุหรี่ภายในบริษัทฯ ยกเว้นในบริเวณที่มีป้ายให้สูบบุหรีเท่านั้น
         86. ต้องไม่จัดประชุม นัดชุมนุม ภายในบริเวณบริษัทฯก่อนได้รับอนุญาต
         87. ต้องไม่ทำลาย แก้ไข เพิ่มเติมข้อความ หรือวาดภาพใดๆลงในประกาศหรือเอกสารใดๆที่บริษัทฯปิดประกาศ
         88. ชุดฟอร์มและหมวดของพนักงานถือเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯจะนำไปให้บุคคลอื่นสวมใส่มิได้
         89. โทษทางวินัย หากพนักงานกระทำผิดวินัย จะต้องถูกลงโทษตามความหนักเบาแห่งการกระทำผิด โดยจะพิจารณาจากเจตนา สภาพแวดล้อม การให้ความร่วมมือในการทำงานและคุณงามความดีในอดีต โดยพนักงาน อาจได้รับโทษประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการพร้อมกันโดยใช้กระบวนการแรงงานสัมพันธ์ดังต่อไปนี้
              89.1  ตักเตือนด้วยวาจา
              89.2  ตักเตือนเป็นหนังสือ
              89.3  พักงานโดยงดจ่ายค่าจ้าง
              89.4  ตัดเงินรางวัล/ตัดสิทธิประโยชน์ต่างๆ
              89.5  งดขึ้นเงินเดือน
              89.6  ลดขึ้นเงินเดือน/ลดตำแหน่ง
              89.7  ปลดออก
              89.8 เลิกจ้าง
         90.   ให้หัวหน้างานหรือโฟร์แมนหรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปมีอำนาจสั่งลงโทษ โดยการตักเตือนด้วยวาจาได้
         91. ให้หัวหน้าแผนกหรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปมีอำนาจสั่งลงโทษตามข้อ 89.1และ89.2ได้ ให้ผู้จัดการฝ่ายหรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป มีอำนาจสั่งลงโทษตามข้อ 89.1ถึง89.3ได้
         92. ให้ประธานบริษัทฯหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกรรมการผู้จัดการเป็นผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการสั่งลงโทษพนักงานคนใดในระดับโทษอย่างไรที่เห็นสมควรก็ได้ ตั้งแต่ข้อ 89.1ถึง89.8
อนึ่งวินัยและโทษทางวินัยตามหมวด 7 นี้ให้รวมถึงขณะที่พนักงานอยู่บนรถ รับส่งพนักงาน ซึ่งบริษัทได้จัดให้และรวมถึงในงานเลี้ยงสังสรรค์ หรือกิจกรรมอื่นใดที่บริษัทได้จัดให้มีขึ้น ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกบริษัท

หมวดที่ 8-10

หมวดที่ 8 การร้องทุกข์
          93. พนักงานผู้ที่ได้รับความทุกข์จากการทำงานหรือจากการปฎิบัติที่ไม่เป็นธรรมให้มีสิทธิร้องทุกข์จากการทำงาน หรือจากการปฎิบัต์ไม่เป็นธรรม ให้มีสิทธิร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับได้ ถ้ามีปัญหาที่ทำให้ยื่นคำร้องทุกข์ตามสายการบังคับบัญชามิได้ ให้มีสิทธิยื่นคำร้องทุกข์ต่อผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือผู้จัดการฝ่ายต้นสังกันหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างก็ได้
          94. ให้ผู้ที่ได้รับคำร้องทุกข์พิจารณาสอบสวนข้อร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาข้อร้องทุกข์ที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนในความรับผิดชอบของตนโดยเร็ว หากได้ดำเนินการแก้ไขข้อร้องทุกข์เป็นประการใดแล้วให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล หากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับและผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
          95. ให้ผู้มีอำนาจในการวินิจฉัยข้อร้องทุกข์ พิจารณาแก้ไขปัญหาด้วยความยุติธรรมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างพนักงานบริษัทฯ โดยพนักงานจะทราบผลการพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือ หากพนักงานไม่พอใจผลการพิจารณา สามารถอุทธรณ์ผลการพิจารณาได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบผลการพิจารณา หากไม่อุทธรณ์ภายใน 7 วันถือว่าการพิจารณาข้อร้องทุกข์เป็นอันยุติโดยสามารถอุทธรณ์ข้องร้องทุกข์ต่อผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้ให้ถือว่าการวินิจฉัยข้อร้องทุกข์ของประธานบริษัทฯเป็นที่สุด ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องปฎิบัติตาม
อนึ่งพนักงานผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาสอบสวนข้อร้องทุกข์ทุกคน เมือได้กระทำการได้โดยสุจริตใจ จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทฯ ตามความเหมาะสมเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะได้รับอันอาจเกี่ยวเนื่องมาจากการร้องทุกข์หรือการพิจารณาสอบสวนร้องทุกข์บริษัทฯ จะไม่ถือเป็นเหตุที่จะเลิกจ้าง ลงโทษ หรือดำเนินการใดที่เกิดผลร้ายต่อพนักงานผู้ร้องทุกข์และผู้ที่เกี่ยวข้อง
 

หมวดที่ 9  การเลิกจ้าง ค่าชดเชยและค่าชดเชยพิเศษ
          96. หากปริมาณธุรกิจของบริษัทฯ ลดลงหรือบริษัทฯมีความจำเป็นต้องปรับปรงองค์กร หรือหน่วยงานภายในบริษัทฯ หรือประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือประสบกับภาวะขาดทุน บริษัทจะร่วมพิจารณากับสหภาพฯ
          97. พนักงานที่อยู่ในระหว่างการทดลองงานโดยปรากฎผลงาน ความประพฤติทัศนคติต่องาน หรือทัศนคติต่อบริษัทฯอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจ บริษัทฯอาจสั่งเลิกจ้างโดยจะบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30วัน
          98. พนักงานชายที่มีอายุครบ 55 ปี และพนักงานหญิงที่อายุครบ 55ปีบริบูรณ์ ให้ถื่อว่าอายุครบเกษียณ และให้ออกจากงานในวันรุ่งขึ้นที่ครบอายุเกษียณ
          99. ในกรณีที่บริษัทฯ สั่งเลิกจ้างพนักงานผู้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย บริษัทฯจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานตามอัตราดังนี้
               99.1 พนักงานซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบ 1 ปีโดยรวมวันหยุดวันลาและวันที่บริษัทฯสั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน
               99.2 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปีโดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯสั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จ่ายใหเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน
               99.3 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 3ปีแต่ไม่ครบหกปี โดยรวมวันหยุดวันลาและวันที่บริษัทฯสั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของวันบริษัทฯ จ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้องแปดสิบวัน
               99.4 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบหกปีแต่ไม่ครบสิบปี โดยรวมวันหยุดวันลาและวันที่บริษัทสั่งให้หยุดเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯจ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน
               99.5  พนักงานที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่สิบปีขึ้นไป โดยรวมวันหยุดวันลาและวันที่บริษัทสั่งให้หยุดเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯจ่ายให้เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน
         100. บริษัทฯไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานซึ่งบริษัทฯเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
                100.1 ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัทฯ
                100.2 จงใจทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย
                100.3 ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้บริษัทฯได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                100.4 ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชาอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และได้มีการตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีร้ายแรงไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่พนักงานได้กระทำผิด
                100.5 ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันควร
                100.6 ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
          101. ในกรณีที่บริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของพนักงานหรือครอบครัว บริษัทฯจะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ถ้าพนักงานไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วยพนักงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ โดยบริษัทฯยินดีจ่ายค่าชดเชยพิเศษให้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยที่พนักงานมีสิทธิได้รับตามข้อ 99
ในกรณีที่บริษัทฯไม่แจ้งให้พนักงานทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง บริษัทยินดีจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างสุดท้ายสามสิบวัน
พนักงานมีสิทธิยื่นคำขอให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการว่าเป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือพนักงานมีสิทธิบอกเลิกจ้างโดยสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษหรือไม่
           102. ในกรณีที่บริษัทฯจะเลิกจ้างพนักงานเพราะเหตุที่บริษัทฯปรับปรุงหน่วยงานกระบวนการผลิด การจำหน่ายหรือการบริการอันเนื่องมาจากการนำเครือ่งจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี่ ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน บริษัทฯ จะแจ้งวันที่ จะเลิกจ้าง เหตุผลการเลิกจ้าง และรายชื่อพนักงานที่จะเลิกจ้างให้พนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง
หากบริษัทไม่ได้แจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าหรือแจ้งล่วงหน้าหน้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนด บริษัทยินดีจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน
103. ในกรณีที่บริษัทฯเลิกจ้างพนักงานตามข้อ102และพนักงานได้ทำงานติดต่อกันมาเกินหกปีขึ้นไป บริษัทยินดีจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากข้อ 99 ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน
ในกรณีระยะเวลาทำงานไม่ครบหนึ่งปี ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี

หมวดที่ 10 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงและการตีความ
          104. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งในข้อบังคับฯฉบับนี้ ให้สามารถกระทำได้ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของบริษัทฯตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518หรือนายจ้างจักพึงกระทำ โดยความเห็นร่วมกันระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้าง
          105. หากมีข้อความหนึ่งข้อความใดสงสัยหรือไม่เข้าใจให้อยู่ในดุลพินิจของประธานบริษัทฯหรือกรรมการผู้จัดการ

ทั้งนั้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2543 เป็นต้นไป